Home มิติพิศวง กฏแห่งกรรม ผลกรรมของการโกหก

แจกบทสวดมนต์ประจำวันฟรี สำหรับผู้ที่สนใจในการปฏิบัติ สนใจ ++ คลิ๊ก ++

เรียนไพ่ยิปซีออนไลน์ รับดูดวงด้วยไพ่ยิปซี รับงานออกอีเวนท์ และ งานการกุศล ฯลฯ

ผลกรรมของการโกหก

พุทธวจนะที่ว่า.....


"ผู้กล่าวคำเท็จอยู่ จะไม่ทำความผิดอื่น เป็นไม่มี"

 

โทษของการละเมิดศีลข้อที่ ๔

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า มุสาวาท (พูดปดหลอกลวง) ที่บุคคลทำจนคุ้น ฯลฯ ย่อมเป็นเหตุให้เกิดในนรก ฯลฯ

วิบากคือเศษกรรม ของการพูดปดหลอกลวง

อย่างเบาที่สุด ย่อมชักให้ผู้ทำ ซึ่งเป็นมนุษย์กลายเป็นคนถูกกล่าวตู่ด้วยความเท็จ

 

จากคำสอนของพระพุทธองค์ทำให้เห็นได้ว่า กรรมหรือผลกรรมของการโกหกนั้นพอสรุปคร่าวๆไ้ด้ดังนี้

ผลที่เกิดขึ้นเป็นการภายนอก เห็นง่าย
คือคนเขาจะไม่เชื่อถือ
พูดอะไรไปแม้จริง ก็มีกระแสบางอย่างทำให้เขารู้สึกมัวๆ ขัดๆ
เพราะคนโกหกประจำจะดูกะล่อนๆ สัมผัสรู้สึกได้

ผลที่เกิดขึ้นเป็นการภายใน เห็นยาก แต่รู้ได้ถ้าเลิกเข้าข้างตัวเอง
คือใจจะปรุงแต่ง ฟุ้งไปในอุปาทานนานาชนิดอยู่ตลอด
หลอกคนอื่นบ่อยๆ ในที่สุดก็หลอกกระทั่งตัวเอง
ยิ่งหม่นมืดยิ่งมองไม่เห็นว่าหลอก
นึกว่าดี นึกว่าไม่เป็นไร

 

การโกหกเป็นเีรื่องที่ไม่ดีอยู่เเล้ว เเต่ก็ขึ้นอยู่ที่กรณีับางครั้ง บางคนอาจโกหกเพราะจําใจ เเต่ที่เเน่ๆ พวกโกหกทําให้คนอื่นดูไม่ดีในสายตาคนอื่น ทั้งๆที่เเท้ที่จริง คนๆนั้นเป็นคนดี อันนี้บาปหนาครับ บาปหนักเเน่นอน

 

เคยฟังนิทานเรื่องหนึ่งครับ

   เรื่องมีอยู่ว่า
นายก.ไปพบสาวแสนสวยผู้หนึ่งในงานเลี้ยง ด้วยความต้องตาเพราะท่าทางที่น่ารักของเธอ จึงเดินเข้าไปทำความรู้จักหวังตีสนิดด้วย
"ขอโทษครับ ขอผมนั่งคุยด้วยสักครู่ได้ไหมครับ"
"อุย เราเคยรู้จักกันมาก่อนหรือเปล่าคะ" สาวเจ้าตอบด้วยความตกใจบวกเอียงอายนิดๆ
"เปล่าหรอกครับ แค่ผมพบคุณครั้งแรกผมรู้สึกเหมือนมีแม่เหล็กทางจิตที่ดูดผมให้เข้ามาทำความรู้จักกับคุณ"
สาวเจ้าไม่ตอบกลับหลบหน้าไปด้วยความเอียงอาย
"ดืมวายเย็นๆสักแก้วไหม่ครับ ?"
"ไม่ละคะ ผิดศีลข้อ ๕ ดิฉันไม่ดื่มน้ำเมาทุกชนิด"
"ไม่เช่นนั้น ผมของอนุญาติตักข้าวขาหมูปากซุงให้คุณทานสักจานได้ไหมครับ ?"
"อย่า เลยคะ ดิฉันเป็นมังสวิรัต ไม่ทานเนื้อสัตว์ เพราะดิฉันคิดว่าการทานเนื้อสัตว์เป็นการส่งเสริมให้มีการทำร้ายชีวิตสัตว์ ดิฉันสงสานมัน ผิดศีลข้อที่ ๑ คะ"
เธอช่างดีอะไรเช่นนี้ ผู้หญิงเช่นนี้ละที่เขาปรารถนาจะได้มาเป็นคู่ชีวิต
"ถ้าคุณไม่รังเกลียด เสาร์นี้ผมอยากจะขอชวนคุณไปเที่ยวหัวหิน ผมมีบ้านพักตากอากาศอยู่ที่นั้น "
"ไม่ดีดอกคะ หญิงชายไปในที่ลับตาคนสองต่อสอง มันไม่งาม หากไม่มีสติที่ดีพอสถานการณ์มันง่ายที่จะทำให้เราต้องผิดศีลข้อ ๓"
"ผมไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้น" ก.รีบปฏิเสษพร้อมกับเพิ่มความนิยมในสาวแปลกหน้าที่พึ่งรู้จัก
"คุณจะรับผมเป็นเพื่อนสักคนได้ไหมครับ" ก.พูดพรางหยิบดอกกุหลาบสีชมพูในแจกันเล็กๆบนโต๊ะอาหารยื่นให้สาวนิรนามเบื่องหน้า
"ไม่ดีดอกคะ กุหลาบดอกนี้เป็นของเจ้าของงาน ไม่ใช่ของคุณ ถ้าดิฉันรับมาก็เหมือนร่วมทำผิดกับคุณคือลักทรัพย์ มันผิดศีลข้อที่๒นะคะ"
ใช่เลย ! โดนใจฉันเลย บทกลอนที่เขียนไว้ในอดีตกลับมาปรากฏชัดในห้วงสำนึกอีกครั้งหนึ่ง
   "เหมือนรอใคร   บางคน   มาหลายหนาว
เหมือนบางคราว   เฝ้ารอใคร   ผ่านหลายฝน
ผ่านหลายร้อน   รอจนเจอ   ใครบางคน
เธอคือคน   ทำฉันเศร้า   เพราะเฝ้ารอ"
"คุณเป็นคนดีจริงๆ เท่าที่ผมเคยรู้จักมา ไม่มีศีลข้อใหนเลยหรือครับที่คุณรักษาไม่ได้ ?"
"มิได้คะ มีศีลข้อเดียวเท่านั้นที่ดิฉันไม่สามารถรักษาได้คือ ศีลข้อที่ ๔ "
"   ....!!!...."

มิน่าเล่าถึงได้พุทธวจนะที่ว่า.....

"ผู้กล่าวคำเท็จอยู่ จะไม่ทำความผิดอื่น เป็นไม่มี"

 

 

ปล.ขออานิสงส์ของการเผยแพร่ธรรมทานนี้จงถึงแก่เจ้ากรรมและนายเวรของลูกทุกภพชาติ 



Add this page to your favorite Social Bookmarking websites
Reddit! Del.icio.us! Mixx! Free and Open Source Software News Google! Live! Facebook! StumbleUpon! TwitThis Joomla Free PHP
 

Design by | Me Design Studio