แจกบทสวดมนต์ประจำวันฟรี สำหรับผู้ที่สนใจในการปฏิบัติ สนใจ ++ คลิ๊ก ++ 

|
กรรมบถ10ธรรมแห่งการเตรียมไปพระนิพพาน |
|
กรรมบท ๑๐ ๙๘) สำหรับกรรมบถ ๑๐ ดูแล้วธรรมะข้อนี้เป็นการเตรียมทางเข้าสู่พระนิพพานจริง ๆ หากว่าบรรดาญาติโยมพุทธบริษัททุกคนทรงกำลังนี้ได้ อาตมาก็คิดว่าความเป็น พระโสดาบันกับพระสกิทาคามีน่ะ อยู่ในกำลังใจเราแน่ จะเห็นว่ากรรมบถ ๑๐ เขาแยกไว้ดังนี้ ทางกาย ๑. ไม่ฆ่าสัตว์ ๒. ไม่ลักทรัพย์ ๓. ไม่ประพฤติผิดในกาม ทางกายมี ๓ ถ้าเราบวกมีศีล ๕ ก็เพิ่มเว้นสุราอีกข้อหนึ่ง แต่ความจริงถ้าจิตดี มันก็ไม่ต้องเว้น ที่ท่านไม่ติดสุราไว้ เพราะว่ากำลังใจดี ก็ไม่ต้องเว้น ไม่ต้องบอกไว้ มันก็เว้นเอง สำหรับทางด้านวาจา วาจาท่านแยกไว้เป็น ๔ คือ ๑. ไม่พูดปด ๒. ไม่พูดคำหยาบ ๓. ไม่พูดวาจาทำให้แตกร้าวกัน ๔. ไม่พูดวาจาไร้ประโยชน์ นี่ด้านวาจา นี่ด้านวาจา สำหรับ ด้านจิตใจ ท่านแยกไว้ ๓ คือ ๑. ไม่คิดอยากจะได้ทรัพย์สมบัติของบุคคลอื่นใดที่เขาไม่ให้โดยชอบธรรม ๒. ไม่คิดประทุษร้ายคนอื่น ๓. ทำความเห็นให้ถูก ทั้งหมดนี้เป็นภาคพื้นของพระนิพพานโดยตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ศีลข้อที่ ๑ หรือข้อที่ ๒ หรือข้อที่ ๓ ก็ตามที่จะรักษาได้เราต้องมี เมตตา กรุณา ประจำใจเพราะว่า ถ้าขาด เมตตา ความรัก กรุณา ความสงสาร จะรักษาศีลข้อที่ ๑ ไม่ได้ ๙๙) สำหรับด้านจิตใจ ด้านจิตใจพระพุทธเจ้าตรัสไว้โดยตรงว่า จงอย่าคิดอยากได้ทรัพย์สมบัติของบุคคลอื่นมาเป็นของเราโดยไม่ชอบธรรม คือไม่ลัก ไม่ขโมย ไม่คิดไม่โกง ไม่ยื้อแย่งทรัพย์สมบัติของเขา ตัวนี้ท่านตรัสไว้ ถึงใจ แต่ความจริงศีลก็ดี ธรรมก็ดี ถ้ารักษาใจตัวเดียวก็หมดเรื่อง แล้วข้อที่ ๒ ไม่คิดประทุษร้ายบุคคลอื่น คือว่ามีเมตตาหนัก ข้อที่ ๓ ทางด้านจิตใจ ก็คือทำความเห็นให้ถูก ที่เขาเรียกว่า สัมมาทิฏฐิ ทำความ เห็นให้ถูก ก็หมายถึงว่าตัวนี้เป็นตัวปัญญา คือ กรรมบถ ๑๐ นี่มีทั้งศีล มีทั้งสมาธิ มีทั้ง ปัญญาหมดให้พูดตามตำราก็บอกว่า มีทั้งศีล มีทั้งสมถะ มีทั้งวิปัสสนาญาณ ๑๐๐) สัมมาทิฏฐิ คือตัวทำความเห็นให้ถูก ตัวนี้ตัวปัญญา เขาเรียกว่า วิปัสสนาญาณ ความเห็นให้ถูกเป็นอย่างไร คือว่าถ้าเรายังมีชีวิตอยู่ ถ้าเราคิดประทุษร้ายเพื่อน หรือเราประทุษร้ายเพื่อนเมื่อไร เพื่อนก็ทำร้ายเราเมื่อนั้น เราลักขโมยของเขาเมื่อไร เขาก็เกลียด เขาก็เป็นศัตรูกับเรา เราแย่งความรักของบุคคลใด บุคคลนั้นเขาก็เกลียดเรา เขาก็เป็นศัตรูกับเรา ถ้าเราพูดไม่ดีกับบุคคลใด บุคคลนั้นเขาก็เกลียดเรา เราก็มีความทุกข์ ต่อมาก็คิดต่อไปด้วยกำลังปัญญาว่า ถ้าเรายังเกิดเป็นมนุษย์อยู่ ถึงแม้ว่าเราจะทำดี เราจะคิดดี แต่ทว่าคนที่พูดชั่ว ทำชั่ว คิดชั่ว เขายังมีอยู่ ฉะนั้น บรรดาญาติโยมพุทธบริษัท การปฏิบัติความดีของท่านทุกคนที่พระพุทธเจ้า ทรงแนะนำว่า การทำความดีแล้วจะมีความสุข อันนี้ความสุขอยู่ในใจของเรา แล้วก็จงคิดว่าคน บางคนที่มีความเลวเกินขนาด เขาอาจจะคิดประทุษร้ายเราได้ ถ้าอาการอย่างนี้เกิดขึ้น ก็นึกถึงพระพุทธเจ้าก็แล้วกัน ว่าพระพุทธเจ้าท่านดีกว่าเรา ขนาดไหน ท่านยังถูกขนาดนี้ เราก็อาจจะถูกน้อยกว่าท่าน แต่เราอาจจะอดทนไม่ได้เท่า ท่านก็ได้นะ แค่ด่าเบา ๆ อาจจะอดได้ ถ้าด่าหนัก ๆ คือจ่ายมากเกินไป เราอาจจะจ่ายคืน เขาก็ได้ ก็เป็นอันว่าการเจริญธรรมของบรรดาญาติโยมพุทธบริษัท ให้ถือพรหมวิหาร ๔ เป็น สำคัญ แต่ก็ต้องรับรู้ไว้ด้วยนะ ถ้าเราดีเขาอาจจะไม่ดี ก็ต้องคอยหลบนี่เป็นเรื่องธรรมดา ๑๐๑) สำหรับการที่เราจะคิดว่าเราไม่ฆ่าเขา ไม่ลักไม่ขโมยเขา ไม่ละเมิดความรักของ บุคคลอื่นแล้วก็ไม่พูดปด ไม่พูดหยาบ ไม่พูดวาจาให้เขาแตกร้าวกัน คือ ไม่นินทากัน และไม่พูดวาจาเหลวไหล ตัวนี้เป็นศีล แต่ว่าศีลนี้จะทรงอยู่ได้เพราะอาศัยสมาธิ ถ้าไม่มีสมาธิ ศีลทรงอยู่ไม่ได้ คือ ศีล สมาธิ ปัญญา นี่จะต้องประกอบช่วยกันอยู่เสมอ แยกกันไม่ได้ อันดับแรกก่อนที่เราจะทรงกรรมบถ ๑๐ ได้ ก็ต้องเป็นคนมีปัญญาก่อน ปัญญา เบื้องต้นเห็นว่ากรรมบถ ๑๐ เป็นปัจจัยของความสุข ถ้าเราไม่ฆ่ากัน ไม่ลักขโมยของกัน ไม่ยื้อแย่งความรักกัน พูดแต่ความจริง และพูดแต่วาจาไพเราะ ไม่พูดให้เขาแตกร้าวกัน พูดแต่วาจาที่มีประโยชน์ ทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยของความรักระหว่างกันและกัน เมื่อต่างคนต่างมีความรักกันมันก็เป็นสุข นี่อาศัยปัญญาเป็นตัวรู้ก่อน ในเมื่อมีปัญญา แล้วจึงตั้งใจรักษาศีล จะเห็นได้ว่าศีลทั้งหมด หรือว่ากรรมบททั้งหมดนี่ ทั้ง ๗ ข้อ คือ กาย กับวาจาต้องมีความสำคัญที่ เมตตา ความรัก กรุณา ความสงสาร ถ้ามีเมตตา ความรัก กรุณา ความสงสาร เป็นคุณธรรมอยู่ในพรหมวิหารทั้งหมดที่ ทรงตัว ถ้าจะทรงตัวนี่ถือว่าเป็นสมาธิ สมาธิก็คือ การตั้งใจ เราตั้งใจว่าเราจะไม่เป็นศัตรูกับใคร เราจะรักและสงสารคน และสัตว์เหมือนกับรักและสงสารตัวเรา ตัวนี้เป็นสมาธิ เมื่อสมาธิตัวนี้มีอยู่แล้ว จิตก็ทรงตัว คือไม่คิดประทุษร้ายใครเขา ไม่คิดอยากได้ ทรัพย์สมบัติของใคร อันนี้เป็นตัวสมาธิ หรือสมถภาวนา ที่มา โอวาทหลวงพ่อเล่ม2
|